โขมย…ของ

โขมยของเขามาทั้งนั้น ไม่ได้up นาน ทั้งเพียงบางข้อความและทั้งหมดเลย (ขออนุญาต นะครับ สำหรับข้อความของคุณ) 

ทำงาน

ทำงาน

ทำงาน

.

.

.

ไม่มีอะไรจะทำให้เราสุขใจมากไปกว่าการคิดเรื่องเที่ยว

ทำงานไป เก็บเงินไป คิดไป เที่ยวไป

สุขใจจริง จริ๊งงง

.

.

.

ทำงาน

ทำงาน

ทำงาน

…..

วันก่อนนอนอ่าน ‘กะโหลก 2 ใบ’ เรื่องสั้นในหนังสือรวมเรื่องสั้น ‘จดหมายจากชายชราตาบอด’ ตอนแรกตั้งใจว่าเอาไว้อ่านให้จบเล่มก่อน แล้วจะเล่าให้ฟังทีเดียว แต่คันไม้คันมือขอเล่าไปทีละเรื่องๆ ก็แล้วกันนะ เพราะเรื่องนี้มันรบกวนหัวจิตหัวใจจริงๆ

     ‘กะโหลก 2 ใบ’ บอกเราว่ามนุษย์บนโลกใบนี้มีกะโหลกอยู่ 2 ใบ ใบแรกมีขนาดเล็ก และโดยมากจะถูกใช้ในวัยเด็ก มักใช้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น เรื่องเพ้อฝัน จินตนาการ การเอาตัวรอดเมื่อโดนครูจับได้ ฯลฯ ซึ่งกะโหลกใบนี้จะอยู่กับเราไม่นานนัก และเราแทบไม่รู้ตัวเลยว่า…มันหายไปตอนไหน กว่าจะรู้ตัวอีกทีเราก็มีกะโหลกใบที่สองใช้งานไปอย่างปกติและแนบเนียนแล้ว

     กะโหลกในหลังนี้เป็นเหมือนคู่ตรงข้ามกับใบแรกโดยสิ้นเชิง

     มันถูกคาดหวังให้ใช้งานในเรื่อง ‘สำคัญ’ และ ‘เครียด’ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกะโหลกใบนี้ได้ถูกสร้างมาให้ใช้งานเช่นนี้ หลายคนคิดถึงกะโหลกใบเก่า แต่ก็ไม่อาจหลุดออกจากพันธะนาการของกะโหลกใบสุดท้ายนี้ได้เลย

     อ่านจบแล้วเรานึกถึงเพลง ‘พื้นที่เล็กๆ’ ของพี่บอย ตรัย และหนังสือแปลเรื่อง ‘Turning Thirty’ ของ ไมค์ เกล ขึ้นมาพร้อมๆ กัน

     สำหรับเพลงของพี่บอย เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ฟังมาแล้ว มันจับใจเรามากๆ เพราะ ‘ความเป็นเด็ก’ ในตัวเราเบาบางลงทุกที ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่ามันจะหายไปจากชีวิตเรารวดเร็วตามอายุขัยที่เพิ่มขึ้นทุกปีๆ

     ส่วนหนังสือแปลเล่มนั้นพูดถึงคนที่อายุกำลังจะเข้าเลข 3 ซึ่งเป็นเลขหมายที่เป็นอันรู้กันในหมู่ชนทั้งโลกว่า ‘โตแล้ว’ และ ‘ควรที่จะลงหลักปักฐาน’ และ ‘เอาจริงเอาจังกับชีวิต’ เสียที ซึ่งคนที่อายุใกล้จะเข้าเลข 3 อย่างเราเกิดความเครียดสะสมเนื่องจากความคาดหวังดังกล่าว เรายังไม่มีสมบัติพัสถาน เราไม่ยังมีฐานะที่มั่นคง เรายังไม่มีคนที่อยากสร้างครอบครัวด้วย เรายังสนุกกับการเก็บเงินเที่ยวไปเรื่อย เรายังรื่นเริงกับการสังสรรค์กับเพื่อน เรายัง…รู้สึกว่าเราไม่โตตามอายุแห่งความคาดหวังนั้น

     บางที…ความเครียดจัดของเราอาจเกิดขึ้นจากการใช้สมองใบที่สองคิดก็ได้ ถ้าเราลองเปลี่ยนไปใช้สมองอันเล็กกว่าประเมินตัวเอง ก็ถือว่าเราได้เดินมาไกลจากจุดเริ่มต้นเยอะมากแล้ว ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือร้าย ก็ถือซะว่ามันเป็นกำไรของชีวิตก็แล้วกัน

….

 สุนัข เท่ากับ หมา
หมา เป็นตัวแทนของความซื้อสัตย์
ปากหมา ไม่ได้แปลว่าปากที่มีความซื่อสัตย์
เมาหมา ไม่ได้แปลว่าเมาด้วยความซื่อสัตย์
สัตว์หมา เป็นคำด่า
ใจหมา อย่าทำบ่อยล่ะ กูเบื่อ

….

….

เพลงฤดูที่แตกต่าง

หากเปรียบกับชีวิตของคน
เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่
ก็คงเปรียบได้กับฤดู
คงเป็นฤดูที่แสนสดใส

(และ/แต่) ถ้าวันหนึ่งวันไหน
ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้
ความเจ็บต้องมีวันหาย
ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่า(แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ
จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน
เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น
กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป

(และ/แต่) ถ้าวันหนึ่งวันไหน
ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้
ความเจ็บต้องมีวันหาย
ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ
อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย
หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่า (แค่ไหนที่เฝ้ารอ)

ที่เฝ้ารอ : )

ฉันขอโทษ…….ที่รักเธอหมดหัวใจ

  • เวลาคนเราพบเพื่อนสักคนที่มีรสนิยมตรงกัน ชอบอะไรเหมือนๆกัน เกลียดอะไรเหมือนๆกัน  มีความสุขที่จะไปไหนต่อไหนด้วยกัน ถือว่าโชคดีเหลือเกิน 
  • เมื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ เมื่อต้องการศึกษากันและกัน เแต่ละคนจะขีดเส้นความเป็นส่วนตัวไว้ด้วยระยะห่างที่ต่างกัน  คนหนึ่งอาจจะขีดไว้ซะชิดตัว อีกคนอาจจะขีดไว้ซะห่าง
  • คำนิยามของคำว่า เพื่อนสนิท ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะหมายความเพียงแค่ คนที่นั่งอยู่ข้างๆกันได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องพูดอะไรกันสักคำ
  • ความสัมพันธ์บางแบบ เราจะไม่อยากสูญเสียมันไป เพราะมันมีค่าและหาได้ยากยิ่ง
  • การทำลายความสัมพันธ์ที่มีค่าแบบนี้ อาจทำได้โดยง่าย ด้วยการข้าม ล้ำเส้นที่อีกฝ่ายขีดไว้
  • เส้นบางๆนี้  ถ้ามองด้วยความตั้งใจก็จะเห็น แต่ถ้ามองด้วยอารมณ์และความร้อนรน ความอยากได้ของที่ถูกใจ ก็จะมองไม่เห็น
  • เมื่อมองไม่เห็นเจ้าเส้นปัญหานี้ บางคนที่กำลังพยายามวิ่งไปให้ถึงอีกฝั่งเพราะความร้อนรน จะสะดุดล้มไม่เป็นท่า
  • อีกฝ่ายอาจจะประคองลุกขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดที่เห็นเพื่อนต้องเจ็บ
  • หรืออาจจะเดินจากไปด้วยความเจ็บช้ำ ..โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนต้องเจ็บ

กล้าที่จะต่าง กล้าที่จะเหมือน กล้าที่จะเป็น กล้าที่จะใช้เหตุผล

อยากเขียน


แต่ไม่มีเวลา


งานเยอะจริงจริ๊งง


ใครก็ได้เห็นใจหน่อย


อย่าให้งานเยอะนักเลย


จะได้ช่วยลดความอึดอัดของประชากรลงไปคนนึง


… … …


(โดนไล่ออกแน่)

….

ผมเกลียดคุณ … ใช่แล้วผมเกลียดคุณผมเกลียดคุณยิ่งกว่าที่ผมเกลียดสิ่งใดๆในโลกนี้
พูดได้ว่าผมเกลียดคุณทีสุดในโลก
ต่อไปผมอาจจะเกลียดอย่างอื่นมากกว่านี้
แต่วินาทีนี้คุณคือสิ่งที่ผมเกลียดที่สุด
ผมไม่ได้เกลียดสิ่งที่คุณเป็น หรือสิ่งที่คุณทำ
แต่ผมเกลียดแก่นแท้ของความเป็นคุณ และสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวคุณ
ไม่ว่าคุณจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้
และนั่นย่อมแปลว่าคุณไม่มีวันทำให้ผมเลิกเกลียดคุณได้

คุณไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนกับความเกลียดของผมนี้
เพราะผมไม่ได้เรียกร้องหรือคาดหวังให้คุณรู้สึกชอบผม
ทั้งผมและคุณอาจไม่สามารถอยู่ร่วมกันในบริเวณเดียวกันได้
และหากคุณจะเกลียดผมคืน ผมก็ไม่รู้สึกขัดข้องใดๆ

ผมรู้ดีว่าโลกนี้มีความเกลียดชังอยู่มากเกินพอแล้ว
แต่ผมไม่สามารถอดใจให้ไม่เกลียดคุณได้
ความรู้สึกสำนึกผิดมันอาจจะคอยทิ่มแทงใจ
เมื่อความเกลียดชังมันครอบงำ ผมแทบจะไม่อยากหยุดเลย

มันแปลกรึเปล่าที่ผมรู้สึกกับคุณแบบที่ผมเป็นอยู่นี้
ถ้าเลือกได้ผมคงอยากให้เราไม่ต้องมีโอกาสมาใกล้กัน
มากกว่าที่จะขอให้คุณเปลี่ยนไปจากที่คุณเป็น
และมากกว่าที่ผมจะหยุดรู้สึกเกลียดชังคุณ

เพราะเคยมีคนสอนไว้ว่า ถ้าจะถูกเรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน เรื่องเงินเท่านั้น แต่เป็นการดูแลสองอย่างเท่าๆกัน ทั้งงาน เงิน และชีวิตส่วนตัว  รวมทั้งการดูแลสุขภาพจิต และสุขภาพกายให้ดีอยู่เสมอด้วย 

“คนที่มาก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงไม่ใช่มืออาชีพ มืออาชีพคือคนที่มาก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง”“คนที่เก่งไม่ใช่คนที่ทำของที่ตัวเองชอบแล้วได้ดี แต่คนเก่งคือคนที่อยู่กับของที่ตัวเองไม่ชอบได้นานที่สุด”“มึงต้องฝึกที่จะโง่ก่อน เพราะถ้ามึงคิดว่าตัวเองฉลาดมึงจะไม่มีวันเรียนรู้อะไรได้”“มีอะไรที่มึงเกิดมาแล้วทำเป็นเลยมั้ย ไม่มีหรอก ทุกอย่างมึงต้องหัดต้องลองทั้งนั้น แล้วเดี๋ยวก็ได้เอง …
… ตอนเด็กๆมึงรู้มั้ยว่าเ_ดแม่คืออะไร พอมึงโตขึ้นมึงก็รู้ แล้วเอามาใช้ถูกเวลาได้ใช่มั้ย”
ไม่มีอะไรหรอก แค่ลองนึกถึงคำสอนบางอย่างของพี่อุ้ย ผู้ใหญ่ที่คอยสอนเรามาแต่ก่อน
เราเคยคุยกับพี่อุ้ยจริงๆจังๆไม่กี่ที แต่คำของเค้าติดอยู่กับเรามานานมาก
เป็นคนที่ให้แนวทางหลายๆอย่างเกี่ยวกับการทำงานให้เรา เราก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่อย่างน้อยพี่อุ้ยก็เป็นคนที่สอนให้เรารู้จักหัด ลอง พยายาม เรียนรู้ และอดทน
ทุกครั้งที่เรารู้สึกเบื่อ ขี้เกียจ ไม่พอใจเราจะนึกถึงคำของเค้า และทำให้เราอดทนต่อไป
เพราะถ้าเค้ามองเราอยู่เราจะต้องโดนด่าอัดจนเละแน่ๆ

วันนี้เอามาฝากไว้ให้ดูกัน เพราะกำลังรู้สึกขาดแรงจูงใจเกี่ยวกับงานอยู่
เนื่องจากพึ่งโดนโยก (ไม่ใช่เลื่อนขึ้น) ไปทำอย่างอื่นแทน ซึ่งไม่ถนัดเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าคนตัดสินใจเค้าคิดยังไง
บางทีเราก็รู้สึกไม่อยากทำ บางทีเราก็รู้สึกว่ามันไม่เหมาะ
แล้วเราก็นึกถึงคำพี่อุ้ย … คนเก่งต้องทำเรื่องที่ไม่ชอบได้ด้วย เอาวะ

“คนที่สมบูรณ์ไม่ใช่คนที่ดีเลิศ แต่เป็นคนที่รู้ถ่องแท้ทั้งด้านดีและเลว” – โดยเราเอง

เรื่องของคุณตาทำให้เราย้อนกลับมาดูตัวเองในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องความกตัญญู เรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเอง เรื่องความหมายและความทรงจำในชีวิต ฯลฯ

…ในยี่สิบสี่ชั่วโมงคนเราจะเจอฮีโร่ได้สักกี่คนกัน

แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นส่วนไหนมันก็ต้องการอีกส่วนหนึ่งเพื่อที่จะทำให้มันทำหน้าที่ของมันได้ดียิ่งขึ้น
ไม่ว่าคุณจะมีสมองที่ดีขนาดไหน แต่คุณคงได้แต่คิดหากไม่มีอวัยวะส่วนอื่นมาช่วยทำ
ไม่ว่าคุณจะมีสายตาที่ดีขนาดไหน แต่คุณคงได้แค่มองตามคนอื่นเช่นกัน หากไม่มีร่างกายส่วนอื่น
ทุกสิ่งทุกส่วนล้วนแล้วแต่มีหน้าที่และความสำคัญของมันเอง

…กระนั้นเลยอย่าดูถูกตัวเองดูถูกผู้อื่นว่าไม่มีความสำคัญ
คุณค่าไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คุณเป็น แต่มันเกิดจากสิ่งที่คุณทำ
ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรหน้าที่อะไรคุณสำคัญกับใครบางคนเสมอ…

…..

สองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้งานยุ่งมากซะจนไม่มีเวลาไปเที่ยวที่ไหน แถมยังพ่วงมาด้วยร่างกายที่เหมือนจะป่วยอยู่ตลอดเวลา มีทั้งงานตัวเองงานคนอื่น ซึ่งล้วนแล้วแต่ประกอบไปด้วยความเร่งรีบ ทำให้ผมไม่สามารถหลบไปอู้ที่ไหนได้เลย ปัญหายังไม่จบแค่นั้น มันยังมีปัญหาอื่นๆที่ Attach ตัวเองมากับงานเหล่านี้ด้วย เลยทำให้เกิดกระแสบางอย่างในที่ทำงาน เนื่องจากมันกระทบกันไปเรื่อยๆ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม หวังว่าสัปดาห์ต่อไปของเรามันจะดีขึ้น งานที่รีบเร่งก็เริ่มจะทยอยออกไปจากโต๊ะ แต่มันก็ยังไม่หมดอยู่ดี ก็สู้กันต่อไปทั้งศึกในศึกนอก

ถึงแม้ว่างานจะทำให้เวลาเที่ยวของผมหมดไปแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็ยังมีโอกาสได้ใช้วลาไปกับการอ่านหนังสือฟรีในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง มันมีชื่อว่า “Sunshine of the Nearest Land” เป็นหนังสือแปลที่ปกสวยมากครับ หนัสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวประหลาดๆของคนๆหนึ่ง ซึ่งหลงเข้าไปบนเกาะของความวุ่นวายไร้ซึ่งระบบ

….

คืนนี้

                                  จะ

                ไป

                              ไหน

                                     .

                                                .

                                                        .

                                                           ดี

….

แม้จะทราบดีว่า ถึงจะหนีไปจนขอบฟ้า ปัญหาก็ยังตามไปได้ เพราะมันไม่ได้อยู่บนบ่า ทว่า นอนนิ่งตรงกึ่งกลางใจ

โทษใครไม่ได้ เมื่อทำตัวเองทั้งนั้น….

….

หลังจากไม่ได้อัพไปชาตินึง ตอนนี้ผมกลับมาแล้วครับ เรื่องราวที่ติดค้างเอาไว้ก็จะค่อยๆเล่าต่อไปจนกว่าจะจบนะครับ

ก่อนที่ จะเล่าเรื่องออสเตรเลียขอเล่าเรื่องตื่นเต้นเมื่อเช้านี้ก่อน

ตอนเช้าขณะที่กำลังจะออกไปทำงานภรรยาผมร้องเสียงดังอยู่ที่หน้าบ้าน ผมตกใจพลางคิดไปว่าสงสัยงูจะข้าบ้านเราซะแล้ว เพราะเมื่อวันก่อนข้างๆบ้านเขาก็จับงูเขียวได้

แต่พอเดินไปดูจึงรู้ว่าไม่ใช่งูแต่เป็น…………—–

3 Comments »

  1. 1
    De@d End Says:

    พระท่านบอกว่า

    ” ปรทุกฺบูปชาเนน โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ
    เวรสํ สคฺคี สํสฏฺโฐ เวรา โส น ปริมุจฺจติ”

    แปลว่า

    “ผู้ใดปรารถนาสุขเพื่อตน โดยการก่อทุกข์ให้ผู้อื่น
    ผู้นั้นมักเกี่ยวพันด้วยเวรไม่รู้สิ้น ไม่มีทางพ้นเวรไปได้”

    ปล….อย่ากังวลมากไป ยังไงเราก็ยังยืนอยู่บนเรือลำเดียวกันเสมอ
    ไม่ว่าเรือนั้นมันจะเป็น เรือแจว เรือยอร์ช เรือดำน้ำ หรือแม้
    กระทั่งเรือรั่ว!!! สู้ๆ

  2. 2
    แอน Says:

    ขโมย…

  3. 3

    ดูดีเชียว


RSS Feed for this entry

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: